Magazine

กายวิภาคศาสตร์ Anatomy 3D

posted on 08 Nov 2011 19:27 by takato in Magazine


แนะนำหนังสือเกี่ยวกับกายวิภาค (Anatomy) ภาษาไทย

Anatomy เป็นศาสตร์เกี่ยวกับโครงสร้างของร่างกายมนุษย์ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีข้อมูลอยู่หนังสือหนังสือด้านการแพทย์เสียส่วนใหญ่ แต่สำหรับนักออกแบบโมเดล (อาจจะรวมถึงนักวาดรูปด้วย) การศึกษาด้านกายวิภาคถือเป็นสิ่งจำเป็นหากต้องการปั้นโมเดลให้ออกมาสมส่วนและถูกต้องตามธรรมชาติ

เท่าที่ค้นดูมีหนังสือภาษาไทยอยู่สองเล่มเอง

"กายวิภาค ฉบับนักศึกษาศิลปะ" ของ อ.บุญเลิศ บุตรขาว
"กายวิภาค (anatomy) สำหรับผู้ศึกษาศิลปะ" ของ อ.สมคิด อินท์นุพัฒน์




หลังจากตะกุยค้นอยู่นานสองนาน MAd ดูจากเวบไซท์ขายหนังสือทั่วไปแล้วหายากมาก เจอเล่มแรกยังขายอยู่ที่เวบไซท์ friendbookshop.com ถ้าใครสนใจอยากได้ ลองไปดูตามลิงค์

http://www.friendbookshop.com/product_detail.php?p=7047
ส่วนเล่มที่สองยังไร้วี่แวว Cry ถ้าใครบังเอิญไปเจอหนังสือสองเล่มนี้อยู่ตามร้านหนังสือที่ไหนก็มาโพสบอกกันบ้าง คิดว่ามีหลายคนน่าจะสนใจ แบบว่าอยากอ่านเปรียบเทียบกันก่อนซื้อ

มีของแถมให้ด้วยนิตยสาร Computer Art เคยทำอีบุ๊คภาษาอังกฤษเล่มเล็กๆเกี่ยวกับ Anatomy for 3D artists ท้ายเล่มเขาแนะนำหนังสือหลายเล่มที่ยังขายอยู่บน Amazon.com ลองกดเข้าไปดูแล้วแต่ลังเลไม่กล้าซื้อเท่าไหร่ ภาษาอังกฤษเราก็ไม่แข็ง เจอศัพท์เฉพาะทางเข้าไปอีก กลัวจะอ่านไม่จบเล่ม

ใครอยากได้อีบุ๊ค Anatomy for 3D artists คลิ๊กดาวโหลดได้เพจนี้
http://www.computerarts.co.uk/tutorials/3d__and__animation/anatomy_for_3d_artists
รายชื่อหนังสือภาษาอังกฤษที่เขาแนะนำมาในเล่ม Yes ลิสเต็มๆโหลดอีบุ๊คไปดูเอาเองละกัน


Artistic Anatomy




Atlas of Human Anatomy for the Artist




Human Anatomy for Artists




Anatomy Lessons from the Great Masters



กายวิภาคศาสตร์ (อังกฤษ: Anatomy; กรีก: ἀνατομία anatomia, มาจาก ἀνατέμνειν ana: การแยก และ temnein: การตัดเปิด) เป็นแขนงหนึ่งของวิชาชีววิทยา ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างของสิ่งมีชีวิต คำนี้หมายรวมถึงกายวิภาคศาสตร์มนุษย์ (human anatomy) , กายวิภาคศาสตร์สัตว์ (animal anatomy หรือ zootomy) และกายวิภาคศาสตร์พืช (plant anatomy หรือ phytotomy) ในบางแง่มุมกายวิภาคศาสตร์ก็มีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับวิชาคัพภวิทยา (embryology) , กายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบ (comparative anatomy) และคัพภวิทยาเปรียบเทียบ (phylogenetics หรือ comparative embryology) [1]โดยมีรากฐานเดียวกันคือวิวัฒนาการ (evolution)

กายวิภาคศาสตร์สามารถแบ่งออกได้เป็นมหกายวิภาคศาสตร์ (gross anatomy หรือ macroscopic anatomy) และจุลกายวิภาคศาสตร์ (microscopic anatomy) [1] มหกายวิภาคศาสตร์ [หรืออาจเรียกว่ากายวิภาคศาสตร์เฉพาะส่วน (topographical anatomy, regional anatomy หรือ anthropotomy)] เป็นการศึกษาโครงสร้างทางกายวิภาคที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า[1] จุลกายวิภาคศาสตร์เป็นการศึกษาโครงสร้างทางกายวิภาคขนาดเล็กซึ่งต้องอาศัยกล้องจุลทรรศน์ ได้แก่ มิญชวิทยา (histology) ซึ่งเป็นการศึกษาโครงสร้างของเนื้อเยื่อ[1] และวิทยาเซลล์ (cytology) ซึ่งเป็นการศึกษาเซลล์

กายวิภาคศาสตร์มีประวัติศาสตร์เป็นเวลายาวนาน มีการพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่ของอวัยวะและโครงสร้างต่างๆ ของร่างกายอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับวิธีการศึกษาที่พัฒนาอย่างรวดเร็วตั้งแต่การศึกษาจากสัตว์ไปจนถึงการชำแหละ (dissect) ศพมนุษย์ จนกระทั่งพัฒนาเทคนิคที่อาศัยเทคโนโลยีที่ซับซ้อนในศตวรรษที่ 20

วิชากายวิภาคศาสตร์นั้นต่างจากพยาธิกายวิภาค (anatomical pathology หรือ morbid anatomy) หรือจุลพยาธิวิทยา (histopathology) ซึ่งเป็นการศึกษาลักษณะทางมหภาคและจุลภาคของอวัยวะที่เป็นโรค

กายวิภาคศาสตร์พื้นผิว

กายวิภาคศาสตร์พื้นผิว (superficial anatomy หรือ surface anatomy) เป็นการศึกษาเกี่ยวกับจุดกำหนด (landmark) ทางกายวิภาคที่สามารถมองเห็นได้จากผิวภายนอกร่างกาย ด้วยความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์พื้นผิว แพทย์หรือสัตวแพทย์สามารถทราบตำแหน่งและกายวิภาคของโครงสร้างที่เกี่ยวข้องที่อยู่ลึกลงไป

กายวิภาคศาสตร์มนุษย์

รูปร่างภายนอกของมนุษย์
ภาพเอกซเรย์ของหน้าอกมนุษย์
ดูบทความหลักที่ กายวิภาคศาสตร์มนุษย์

กายวิภาคศาสตร์มนุษย์ ซึ่งรวมทั้งมหกายวิภาคศาสตร์และจุลกายวิภาคศาสตร์ เป็นการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกายสัณฐานวิทยา (morphology) ของร่างกายมนุษย์[1]

โดยทั่วไปแล้ว นักศึกษาที่ศึกษาวิชาชีววิทยาในบางสาขา, บุคลากรทางการแพทย์ (paramedics) , นักกายภาพบำบัด (physiotherapists) , พยาบาล, และนักศึกษาแพทย์ (medical students) ศึกษามหกายวิภาคศาสตร์และจุลกายวิภาคศาสตร์จากแบบจำลอง, โครงกระดูก, ตำรา, แผนภาพ, ภาพถ่าย, และการฟังบรรยาย การศึกษาจุลกายวิภาคศาสตร์ (หรือมิญชวิทยา) ในสถานศึกษาจะใช้การศึกษาตัวอย่างหรือสไลด์ผ่านกล้องจุลทรรศน์ และนอกจากนี้ นักศึกษาแพทย์โดยทั่วไปจะได้ศึกษามหกายวิภาคศาสตร์จากการสังเกตและชำแหละร่างกายมนุษย์ หรือที่นิยมเรียกกันในประเทศไทยว่า อาจารย์ใหญ่ ซึ่งเป็นร่างกายของผู้ที่ประสงค์บริจาคเพื่อการศึกษา

กายวิภาคศาสตร์มนุษย์, สรีรวิทยา และชีวเคมีประกอบกันเป็นวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน (basic medical sciences) ซึ่งโดยทั่วไปจะสอนแก่นักศึกษาแพทย์ในชั้นปีแรก (หรือในชั้นปีที่ 1-3 ในคณะแพทยศาสตร์ในประเทศไทย) การสอนวิชากายวิภาคศาสตร์มนุษย์สามารถสอนแยกตามระบบหรือตามตำแหน่ง[1] กล่าวคือสามารถศึกษาแยกตามแต่ละระบบ เช่น ระบบประสาท หรือระบบทางเดินหายใจ หรือศึกษาแยกตามเฉพาะที่ เช่น บริเวณศีรษะ และหน้าอก ตำราทางกายวิภาคศาสตร์ที่สำคัญ เช่น Gray's Anatomy ในปัจจุบันได้เรียงเนื้อหาใหม่จากแยกตามระบบเป็นแยกตามตำแหน่ง[2][3] ตามวิธีการสอนแบบใหม่ ความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์นั้นมีความจำเป็นต่อแพทย์ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งศัลยแพทย์ และแพทย์ที่ทำงานด้านการวินิจฉัยเฉพาะทางเช่น จุลพยาธิวิทยา (histopathology) หรือรังสีวิทยา (radiology)

นักกายวิภาคศาสตร์จะทำงานในมหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ โรงเรียนแพทย์ หรือสอนในโรงพยาบาล ซึ่งจะทำงานในด้านการสอนวิชากายวิภาคศาสตร์ และการวิจัยในบางระบบอวัยวะ, อวัยวะ, เนื้อเยื่อ หรือเซลล์

สาขาวิชาอื่นๆ

กายวิภาคเปรียบเทียบ (comparative anatomy) เป็นวิชาเกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบโครงสร้างทางกายวิภาค (ทั้งในมหภาคและจุลภาค) ในสัตว์ต่างชนิดกัน[1]

มานุษยกายวิภาคศาสตร์ (Anthropological anatomy หรือ physical anthropology) เกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบกายวิภาคของมนุษย์ในแต่ละเชื้อชาติ

กายวิภาคทางศิลปะ (artistic anatomy) เกี่ยวข้องกับการศึกษาทางกายวิภาคในเชิงศิลปะ



คุณยุ่งเสียจนไม่มีเวลาอ่านแม็กกาซีนเล่มโปรดหรือเปล่า...ไม่เป็นไร..เรารวบรวมไฮไลท์สำคัญของแม็กกาซีนระดับโลกไว้ให้คุณแล้ว

Men´s Health Cover Model Contest

posted on 05 Jul 2011 02:02 by takato in Magazine
 
ยินดีต้อนรับสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

ทำไมบางคนสามารถแปรเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ ออกมาเป็นความงอกเงยทางธุรกิจ หรือความสำเร็จในผลงานชิ้นเยี่ยม ในขณะที่บางคนมองข้าม และมองว่าความคิดสร้างสรรค์ เป็นเรื่องไกลตัว

ที่ผ่านมา ความคิดสร้างสรรค์เป็นปัจจัยที่ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เคยเป็นอยู่ ตั้งแต่จุดเล็กๆ ในวิถีชีวิต ไปจนถึงกระบวนการผลิตในระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

และในวันนี้ที่เทคโนโลยีทำให้โลกแคบลง ความคิดสร้างสรรค์ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างกว้างขวาง ในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ และเป็นที่ชัดเจนว่า รัฐบาลในหลายๆ ประเทศได้หันมาให้ความสนใจกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่เน้นการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม (Cultural Asset) และทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) อย่างจริงจัง

สำหรับประเทศไทยแล้ว การใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นทุนในการผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ คือ การใช้ศักยภาพที่แท้จริงของคนไทยที่สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์และทักษะฝีมือ ประยุกต์เข้ากับเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อเกิดเป็นความแข็งแกร่งใหม่ให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ

นี่คือ เหตุผลที่เราเชื่อมั่นในความคิดสร้างสรรค์ว่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราก้าวข้ามพ้นวิกฤติ

เพราะเราเชื่อว่า ทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์ และหากทุกคนแปรความคิดสร้างสรรค์สู่การผลิตจริงที่มีคุณภาพได้ นั่นคือ คำตอบของอนาคตประเทศไทย

และพบกับ…
• แซกโซโฟนพลาสติก...หนึ่งเดียวในโลก
• คอนโดปูไข่…ความคิดสร้างสรรค์เพื่อฟื้นฟูแหล่งทำกิน
• มหานครเบอร์ลิน...จากซากประวัติศาสตร์ สู่เมืองหลวงแห่งการสร้างสรรค์
• และ…อภิรักษ์ โกษะโยธิน เมื่อรัฐบาลเข้าเกียร์เดินหน้าใช้ “ความคิดสร้างสรรค์”ผลักดันเศรษฐกิจไทย


WebSiteMagazine March 2011 Today!

posted on 21 Feb 2011 17:01 by takato in Magazine

13Maysa In Anywhere Magazine

posted on 12 Feb 2011 23:14 by takato in Magazine
 
เมื่ออดีตและอนาคตมาบรรจบกัน ณ ปัจจุบัน มือที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งประสบการณ์ ประคองมือน้อยอ่อน
นุ่มแห่งเลือดเนื้อเชื้อไขที่ยังไร้เดียงสา อย่างปกป้องทะนุถนอม ทั้งยังส่งถ่ายพลังแก่เจ้าตัวน้อย
เพื่อสร้างความแข็งแกร่งที่จะยืนหยัดต่อไปในอนาคต

สงกรานต์ วีระพงษ์ หรือที่รู้จักในสังคมเว็บไซด์ Multiply นาม 13Maysa
ช่างภาพมือฉมัง ซึ่งคู่แต่งงานต่างไว้วางใจให้ถ่ายภาพ Pre-Wedding
กันอย่างมากมาย ได้บันทึกภาพ "จุดเชื่อมต่อของกาลเวลา" ที่สามารถพิชิต
Best of show: The Winners from CANON Photo Marathon 2010
THAILAND ปี 2010
และได้รับรางวัล Canon Grand Prize: Photo Clinic toTurkey วันนี้

Anywhere Magazine January 2011

 

Website Magazine February 2011

posted on 16 Jan 2011 02:33 by takato in Magazine
 
FiLESERVE
http://www.fileserve.com/file/u93um2R/websitemagazine_issue37_2011-p2p.pdf

HOTFiLE
http://hotfile.com/dl/95258076/c0c196a/websitemagazine_issue37_2011-p2p.pdf.html