ฮือฮา!! หนุ่มอิตาลีพบซากบ้านโรมันอย่างบังเอิญขณะใช้ "กูเกิลเอิร์ธ"
กรุงโรมจากภาพถ่ายดาวเทียมในกูเกิลเอิร์ธ
บีบีซีนิวส์ - วารสารเนเจอร์รายงานเมื่อวันพุธ(21) หนุ่มอิตาลีค้นพบโดยบังเอิญว่า มีซากบ้านโรมันโบราณอยู่ติดๆ กับบ้านของตัวเอง ขณะที่ลองใช้โปรแกรมกูเกิลเอิร์ธ เทคโนโลยีล่าสุดในการค้นหาสถานที่ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งตกเป็นข่าวฮือฮาสะท้านวงการเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน
ขณะที่กำลังสำรวจภาพในบริเวณบ้านจากกูเกิลเอิร์ธ ลูกา โมรี ก็ต้องแปลกใจ เมื่อสังเกตเห็นว่า ภาพถ่ายดาวเทียมรอบๆ บริเวณบ้านที่ได้มานั้นมีเชดสีผิดธรรมดา
"ทีแรกผมคิดว่ามันเป็นรอยด่างบนภาพซะอีก แต่พอซูมเข้าไป ผมก็เห็นว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ใต้พื้นดิน" โปรแกรมเมอร์วัย 47 ปี กล่าว
เขาตัดสินใจแจ้งให้นักโบราณคดีทราบ จากนั้นผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติในเมืองปาร์มา จึงมาตรวจสอบจุดที่เข้าค้นพบซึ่งตอนนี้กลายสภาพเป็นที่นาแล้ว โดยหลังจากนักโบราณคดีขุดลงไปใต้บริเวณดังกล่าว ก็พบเศษเซรามิกหลายชิ้น ซึ่งทำให้ยืนยันได้ว่า ครั้งหนึ่งบริเวณที่เข้าค้นพบนั้นเป็นวิลลาของชาวโรมันโบราณจริงๆ
กูเกิลเอิร์ธ เป็นบริการของเสิร์ชเอ็นจิน "กูเกิล" ที่นักท่องอินเทอร์เน็ตทั่วโลกรู้จักกันดี โดยให้บริการค้นหาสถานที่ในส่วนต่างๆ ของโลกจากภาพถ่ายและแผนที่ดาวเทียม ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงของประเทศต่างๆ ออกมาแสดงความกังวลว่า เทคโนโลยีจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯจะเป็นเสมือนดาบสองคม เนื่องจากเกรงว่าจะถูกใช้ในการจารกรรมและสอดแนมของศัตรู
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9480000129900
กูเกิลพลิกโฉมแผนที่โลก ส่งบริการเสิร์ชภาพแผนที่ 3 มิติ
เป็นที่ฮือฮาเมื่อกูเกิลปฏิวัติวงการแผนที่ด้วยการส่งภาพถ่ายผ่านดาวเทียมมุมสูงมาสร้างเป็นแผนที่ 3 มิติสำหรับบริการ Google Earth บริการสืบค้นแผนที่ใหม่ล่าสุดเพื่อการสืบค้นแบบโลคอลหรือแบบท้องถิ่น ที่จะทำให้ผู้ใช้ได้เห็นภาพภูมิประเทศจริงหรือภาพสถานที่ในลักษณะ 3 มิติ
กูเกิลเพิ่งเปิดบริการ Google Earth ไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาตามเวลาในสหรัฐฯ โดยใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายผ่านดาวเทียมที่กูเกิลซื้อมาจากผู้ผลิตซอฟต์แวร์ Keyhole เมื่อเดือนตุลาคม
Keyhole เป็นโปรแกรมการถ่ายภาพจากดาวเทียม (Satellite) ผู้ใช้สามารถที่จะเข้าไปดูส่วนใดของโลกก็ได้โดยการซูมเข้าหรือขยายภาพ สามารถหมุนมุมมองของภาพเพื่อค้นหาภาพถ่ายสถานที่ที่คุณต้องการ ทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างละเอียด โดยกูเกิลเปิดให้ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์นี้ได้ฟรีบนหน้าเว็บเพจ http://earth.google.com/
ในระยะแรก บริการ Google Earth จะเปิดให้ผู้ใช้สืบค้นสถานที่ในประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถเลือกรายชื่อรัฐแล้วคลิกซูมเพื่อดูภาพอาคารภูมิประเทศเหมือนจริง และสามารถหมุนภาพได้เช่นเดียวกับโปรแกรม Keyhole พิเศษที่บริการนำทางไดนามิกเนวิเกชันและภาพวีดีโอเพื่อบอกเส้นทางเดินรถ ซึ่งผู้ใช้สามารถสืบค้นข้อมูลสถานที่จำนวนมากแล้วเซฟเก็บไว้ใช้ในอนาคตได้
กูเกิลให้ข้อมูลว่านอกจากกูเกิลจะเปิดบริการนี้กับนักท่องเว็บแล้ว ยังให้บริการสืบค้นสถานที่กับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือด้วย
"Google Earth ใช้ประโยชน์จากความสามารถในการส่งถ่ายข้อมูลและภาพกราฟิกคุณภาพสูงอย่างรวดเร็วของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบรอดแบนด์ ซึ่งจริงๆแล้วบริการนี้มีส่วนคล้ายกับวีดีโอเกม เพราะผู้ใช้จะสามารถสำรวจโลกในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟ ทุกส่วนของมุมโลก" จอห์น แฮงค์ (John Hanke) ผู้จัดการทั่วไปของฝ่าย Keyhole ในกูเกิลกล่าว
ด้านเสิร์ชเอนจิ้นคู่แข่งของกูเกิลต่างส่งบริการสืบค้นสถานที่และบริการทูลเครื่องมืออื่นๆเพื่อหวังครอบครองมาร์เก็ตแชร์ในตลาดให้เพิ่มขึ้น อย่าง msn.com/ เองก็เพิ่งเริ่มต้นทดสอบบริการสืบค้นสถานที่ซึ่งใช้ภาพถ่ายผ่านดาวเทียมเช่นกัน หรืออย่าง A9.com ของ Amazon.com ก็มีการใช้ภาพถ่ายดิจิตอลอาคารย่านการค้าในหลายเมืองของสหรัฐฯ
กูเกิลกล่าวว่าในอนาคต Google Earth จะถูกพัฒนาความสามารถเพิ่มขึ้นโดยการเพิ่มฟีเจอร์ GPS (Global Positioning System) ลงไปด้วย โดยจะเริ่มเก็บค่าบริการ 20 ดอลลาร์ต่อปี (ราว 825 บาท) และจะมีการพัฒนาเวอร์ชันสำหรับมืออาชีพเพื่อจัดจำหน่ายโดยเฉพาะ ซึ่งความสามารถในการทำงานและขนาดของไฟล์จะมากขึ้น โดยเตรียมวางจำหน่ายที่ราคาประมาณ 400 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 16,500 บาท)
เทียบกับโมเดลการทำธุรกิจของโปรแกรม Keyhole เดิมในอดีตเมื่อครั้ง Keyhole ยังไม่ถูกซื้อโดยกูเกิล โปรแกรม Keyhole เปิดให้ผู้ใช้ทดลองใช้ฟรี 7 วันแล้วจึงเริ่มคิดค่าทะเบียนแบบไม่จำกัดเวลาในราคาเริ่มต้น 29.95 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,250 บาท) จนถึงราคาสูงสุดคือ 599 ดอลลาร์ (ราว 24,750 บาท)
ขอบคุณภาพข่าวจากซีเน็ต
Company Related Links :
http://earth.google.com/
http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9480000087103
กลาโหมอาจชวด"เบรก"กูเกิลเอิร์ธ ผู้เชี่ยวชาญชี้มีความเป็นไปได้ยาก
จากกรณีที่กองบัญชาการทหารสูงสุด ได้ทำหนังสือถึงบริษัท กูเกิล เจ้าของเว็บไซต์ Google.com ร้องขอให้บริษัทกูเกิลปรับลดรายละเอียดของภาพถ่ายดาวเทียมที่ให้บริการผ่านทางเว็บไซต์ http://earth.google.com/ ลง เนื่องจากภาพดังกล่าวเผยให้เห็นสถานที่สำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทยได้นั้น ผู้เชี่ยวชาญที่คลุกคลีอยู่ในวงการมองว่ามีความเป็นไปได้น้อยมาก
"ไม่คิดว่าทางกูเกิลจะทำให้ อาจจะทำ หากมีผลกระทบในเชิงพาณิชย์" แหล่งข่าวกล่าว
เขาให้เหตุผลว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก แผนที่ที่ทางกูเกิลเอามาใช้ ตอนนี้เรียกได้ว่ามีความละเอียดน้อยแล้ว และเป็นความละเอียดในระดับที่หาได้โดยทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะจากกูเกิลเท่านั้น
ปัจจุบันมีดาวเทียมถ่ายภาพความละเอียดสูงที่ให้บริการในเชิงพาณิชย์อยู่ 3 ดวง แต่ละดวงสามารถถ่ายภาพได้ละเอียดในระดับเซนติเมตร คือสามารถเห็นชื่อหนังสือที่เราอ่านอยู่ได้อย่างชัดเจน แม้จะถ่ายจากในอวกาศ แต่ละดวงโคจรไปทั่วโลก และมีทีมงานประจำอยู่ในหลายประเทศ ที่สำคัญคือสัญญาณภาพที่ส่งมาจากดาวเทียมจะไม่มีการเซ็นเซอร์ เพราะไม่สามารถทำได้ในกระบวนการดังกล่าว การเซ็นเซอร์จะเกิดขึ้นในกระบวนการประมวลผลหลังจากรับสัญญาณมาจากดาวเทียมแล้ว
"เหมือนภาพที่มีการเซ็นเซอร์ คือมีภาพมาก่อน แล้วจึงมาใส่เซ็นเซอร์ทีหลัง" แหล่งข่าวกล่าวและว่า "เพราะฉะนั้น ภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงๆจึงมีอยู่เยอะมาก เยอะกว่ากูเกิลเยอะ"
นี่ยังไม่นับรวมดาวเทียมโจรกรรมหรือดาวเทียมทหารอีกจำนวนนับไม่ถ้วน ที่มีความละเอียดสูงกว่านี้อีก ในระดับที่เรียกว่าเห็นตัวหนังสือในหน้าหนังสือพิมพ์ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว และดาวเทียมพวกนี้โคจรอยู่บนอวกาศมานานแล้ว
"ต่อให้ไม่มีกูเกิล ผู้ก่อการร้ายหรือผู้ไม่หวังดีต่อประเทศก็สามารถหาแผนที่ความละเอียดสูงได้อีกหลายช่องทาง" แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่กูเกิลให้บริการภาพถ่ายดาวเทียมแล้ว ประเทศไทยจะไม่มีความมั่นคง แต่อยู่ที่ว่าจะนำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเหล่านี้มาประยุกต์ใช้อย่างไรให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศมากกว่า
ตัวอย่างเช่น นำมาใช้ประกอบการวางแผนรับมือน้ำท่วม วางแนวกั้นน้ำ หรือประกอบการวางแผนรับมือกับคลื่นยักษ์สึนามิ ให้รู้ว่าแรงสั่นสะเทือนเท่านั้น คลื่นจะมาสูงเท่านี้ เมื่อเข้าสู่ฝั่งแล้วจะซัดลึกเข้าไปบนบกเป็นระยะเท่านี้ เพื่อจะได้อพยบคนให้ไปอยู่ในระยะที่ปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที เป็นต้น
"เป็นความรับผิดชอบของผู้ผลิตแผนที่ที่จะต้องไม่เผยแพร่ภาพส่วนที่สถานที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เช่น พระราชวังและฐานที่มั่นทางการทหาร และต้องไม่ให้ภาพเหล่านั้นตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี" แหล่งข่าวกล่าว
กูเกิล เอิร์ธ เปิดให้บริการเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2005 ขณะที่ทั่วโลกตื่นเต้นกับนวัตกรรมใหม่ แต่ก็มีหลายกลุ่มที่กังวลว่า นวัตกรรมนี้จะส่งกระทบด้านความมั่นคง
องค์การวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งประเทศออสเตรเลีย (Australian Nuclear Science and Technology Organisation; ANSTO) ได้เรียกร้องให้กูเกิลเซ็นเซอร์ภาพโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ขณะที่ประเทศเยอรมนีก็ออกแสดงความกังวลผ่านสื่อมวลชนเช่นกัน หรือแม้แต่กองทัพสหรัฐอเมริกาเองก็เกรงว่าบริการกูเกิลเอิร์ธจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของฐานที่มั่นของกองทัพสหรัฐฯในอิรัก ส่วนประเทศเกาหลีใต้เรียกร้องให้กูเกิลเซ็นเซอร์ภาพสถานที่สำคัญต่างๆ ทั้งทำเนียบประธานาธิบดีและฐานทัพทหาร และล่าสุดคือประเทศไทยที่ขอให้ลดความละเอียดภาพสถานที่สำคัญลง
อย่างไรก็ตาม กูเกิลได้ออกมาอธิบายเมื่อเดือนสิงหาคม 2005 ว่า กูเกิลเอิร์ธไม่กระทบต่อความมั่นคงแต่อย่างใด เพราะภาพที่กูเกิลใช้เป็นภาพเก่าที่มีการเผยแพร่อยู่แล้ว และถึงแม้กูเกิลจะปิดบริการไป แต่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตก็ยังสามารถหาภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงจากเว็บไซต์อื่นได้อยู่ดี
Company Related Links :
http://www.Google.com







